Thai Select คืออะไร
เครื่องหมายตรา Thai Select คือ เครื่องหมายมาตรฐานประเภท Q – Mark โดยมีการแบ่งแยกร้านอาหารแต่ละประเภทได้แก่
1. ประเภทอาหารไทยแท้ (Traditional Thai Cuisine) ทั้งแบบที่บริการเฉพาะที่เคาน์เตอร์และแบบที่ให้บริการเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะอาหาร
2. ประเภทอาหารไทยประยุกต์ (Modern Thai Cuisine) ทั้งแบบที่บริการเฉพาะที่เคาน์เตอร์และแบบที่ให้บริการเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะอาหาร
3. ประเภทร้านอาหารที่ขายอาหารเฉพาะ (Special Thai Cuisine) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมไทย เป็นต้น
4. ประเภทร้านอาหารที่มีเครือข่าย (Chain Restaurant) ที่มีเมนูอาหารไทยที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับรัฐบาลไทย
คุณสมบัติของผู้สมัครขอใช้เครื่องหมาย Thai Select และเอกสารประกอบการสมัครและสิทธิประโยชน์
1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเป็นสถานประกอบการด้านการบริการอาหารไทยในประเทศนั้นๆ
2. เป็นผู้ขึ้นทะเบียนในฐานข้อมูล กรมส่งเสริมการส่งออก
3. เป็นภาพลักษณ์ของกิจการที่ดีและไม่มีประวัติเสียหายในการดำเนินธุรกิจและไม่มีข้อร้องเรียน
เงื่อนไข : ต้องมีการต่ออายุพร้อมการพิจารณาใหม่ทุกๆ 3 ปี
เกณฑ์พื้นฐานเบื้องต้นสำหรับการพิจารณา
- ร้านอาหารผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety)
- ร้านอาหารส่งเสริมและใช้วัตถุดิบจากประเทศไทย
- ร้านอาหารส่งเสริมแรงงานชาวไทยหรือผู้ปรุงอาหารผ่านการอบรมหลักสูตรที่รับรองโดยรัฐบาลไทย
- ร้านอาหาร มีรายการอาหารไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของรายการอาหารทั้งหมดที่ให้บริการรวมถึงเครื่องดื่มและของหวาน
- ร้านอาหารเปิดดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ร้านจัดตั้งใหม่สามารถยื่นขอได้ แต่จะได้รับการอนุมัติเมื่อดำเนินกิจการแล้ว 6 เดือน)
สิทธิประโยชน์ของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย
- ประชาสัมพันธ์ภาพรวมและในท้องถิ่นผ่านสื่อต่างๆ
- ได้รับการพิจารณาในการเข้าร่วมกิจกรรมอบรมพ่อครัวแม่ครัวโดยหลักสูตรผู้ประกอบอาหารไทยในต่างประเทศ
- ส่วนลดดอกเบี้ยและต้นทุนการเงินสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก
- มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ของกรมส่งเสริมการส่งออก
- สนับสนุนการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริม ระหว่างงานแสดงสินค้าในประเทศ อาทิ งาน Thaifex
- เชิญเข้าชมงานเพื่อสั่งซื้อสินค้าในงานแสดงสินค้าในประเทศไทย
หมายเหตุ : การตัดสินจากคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และทางกรรมการขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลง การยกเลิกต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
----------------------------------------------------------------------------
|
ขั้นตอนการดำเนินการรับสมัครพ่อครัวแม่ครัวภายใต้โครงการครัวไทยฯ ทำอย่างไร
ในการสมัครพ่อครัวแม่ครัวที่สนใจประกอบอาชีพในต่างประเทศภายใต้โครงการครัวไทยฯ มีวิธีการ ดังนี้
(1) เดินทางมาสมัครด้วยตนเอง พร้อมทั้งสำเนาเอกสารประกอบการสมัครงาน และกรอกรายละเอียดในใบสมัครด้วยตนเอง
(2) สมัครบนหน้าเวบไซด์ www.thaikitchen.org ในส่วนของสมาชิก โดยกรอกรายละเอียดและแนบไฟล์ (แสกนเอกสารResume , เอกสารรับรองการทำงาน ,เอกสารประกอบการผ่านการอบรม และรูปถ่าย)ให้ครบถ้วนเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง หรือหากไม่สามารถแนบไฟล์ได้ สามารถส่งเอกสารดังกล่าวพร้อมทั้งรหัสเมื่อสมัครบนหน้าเวบไซด์มาทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ :
สำนักส่งเสริมธุรกิจบริการ กลุ่มงาน1 (Thai Chef)
22/77 อาคารกรมส่งเสริมการส่งออก ชั้น 5 ถ.รัชดาภิเษก ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนและถูกต้อง หากกรณีที่มีร้านอาหารติดต่อเข้ามา และมีคุณสมบัติตรงตามที่ร้านต้องการเจ้าหน้าที่จะทำการคัดเลือกและติดต่อกับพ่อครัวแม่ครัวโดยตรง
----------------------------------------------------------------------------
|
ขั้นตอนการสมัครเครื่องหมายรับรองมาตรฐานร้านอาหารไทย ( Thai Select ) ทำอย่างไร
1. ดาวน์โหลดใบสมัคร กรอกข้อความในแบบฟอร์มโดยละเอียดและครบถ้วนโดยดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่http://www.thaikitchen.org/Upload_by_DEP/application_ThaiSelect_Thai.pdf
2. หากท่านไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe Reader
3. ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ , E-Mail หรือ Fax ไปยังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ.ประเทศที่ร้านท่านดำเนินกิจการ โดยสามารถตรวจสอบที่อยู่และเบอร์ Fax ของสำนักงานส่งเสริมการค้า ฯ ได้ทาง www.depthai.go.th/53.page
----------------------------------------------------------------------------
|
ผมเป็นพ่อครัวไทย อยากไปทำงานต่างประเทศจะต้องทำอย่างไรครับ ?
ผู้ที่ต้องการจะไปทำงานเป็นพ่อครัวแม่ครัวในต่างประเทศควรมีคุณสมบัติดังนี้
- ต้องมีหนังสือเดินทาง และใบอนุญาติทำงาน (Work Permit ) ของประเทศที่ต้องการจะไป (ปกติเจ้าของร้านจะให้ทนายดำเนินการยื่นขอให้)
- ควรจะมีประสบการณ์และใบรับรองการผ่านงานอย่างน้อย 1 -3 ปี ในด้านการปรุงอาหารไทยหรืองานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
- สำหรับในบางประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ผู้ที่ต้องการจะไปทำงานเป็นพ่อครัวแม่ครัวในต่างประเทศต้องผ่านการทดสอบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ผู้ที่ต้องการจะไปทำงานเป็นพ่อครัวแม่ครัวในต่างประเทศสามารมาสมัครขึ้นทะเบียนกับโครงการของศูนย์พัฒนาอาหารไทยและครัวไทยสู่โลก (ศพอท.) ได้ ตามที่อยู่ด้านล่าง
เลขที่ 22/77 อาคารกรมส่งเสริมการส่งออก ชั้น 5
ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 66-2512-0093 ต่อ 607,685,691
โทรสาร 66-2513-1900, 66-2513-3749
อีเมล์ restaurant@depthai.go.th
เว็บไซด์ - http://www.thaikichen.org
----------------------------------------------------------------------------
|
ถ้ามีเอกสารภาษาไทยต้องการแปลเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาดัทช์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน ฯลฯ
การรับรองคำแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาดัทช์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน ฯลฯได้แก่
- เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น สูติบัตร
มรณบัตร บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ฯลฯ
-เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส
ใบสำคัญแสดงการหย่า หนังสือรับรองความเป็นโสด ฯลฯ
- เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น ทะเบียน
นิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯ
- เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบันการศึกษา ฯลฯ
การยื่นคำร้อง
กรอกคำร้องตามแบบฟอร์มที่กำหนด พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
- เอกสารที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศในประเทศ ไทย (หากเป็นเอกสารที่ทำขึ้นในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศที่ออกเอกสารนั้น
และสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นหรือสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในไทยก่อน)
- ต้นฉบับคำแปลภาษาไทย (เอกสารคำแปลจากภาษาดัชท์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน เป็นภาษาไทย ต้องเป็นคำแปลที่จัดทำ โดยสถานทูตหรือสถานกงสุลประเทศที่ออกเอกสารนั้นในประเทศไทย)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- ต้นฉบับหนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา กรณีผู้ร้องเป็นคนต่างชาติ
- หากยื่นแทนเจ้าของเอกสารต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
สำหรับเอกสารภาษาอารบิค คำแปลภาษาไทยเป็นอารบิคต้องแปลและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ค่าธรรมเนียม
บริการปกติ ฉบับละ 200 บาท (ใช้เวลา 2 วันทำการไม่นับวันยื่นเอกสาร ) บริการด่วน ฉบับละ 400 บาท (รอรับได้ภายใน 2 ชั่วโมง)
โดยเดินทางไปทำได้ที่กรมการกงศุล แจ้งวัฒนะ
หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02-981-7171-9
รายละเอียดเพิ่มเติม :: http://www.mfa.go.th/web/2157
----------------------------------------------------------------------------
|
ถ้ามีเอกสารเป็นภาษาไทยต้องการแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษจะทำอย่างไร ไปที่ไหน ?
การรับรองคำแปลเอกสารภาษาไทยเป็นอังกฤษได้แก่
- เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น สูติบัตร มรณบัตร บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวคนต่างด้าวทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ฯลฯ
- เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ใบสำคัญแสดงการหย่า ทะเบียนหย่า ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมหนังสือรับรอง (ความเป็นโสด) ที่อำเภอออกให้ ฯลฯ (ทะเบียนราษฎรและทะเบียนครอบครัวเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานของทางราชการ ท่านที่สามารถแปลได้ด้วยตนเอง ขอรับแบบฟอร์มคำแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษได้ที่กองสัญชาติฯ หรือ www.mfa.go.th/web/804.php)
- เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น ทะเบียน นิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการตรวจสอบบัญชี งบดุล ใบเสร็จการชำระภาษี ฯลฯ
- เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หนังสือ รับรองจากสถาบันการศึกษา ฯลฯ ทั้งนี้ หากเป็นเอกสารที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของเอกชนต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการก่อน
- เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบอนุญาตจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ฯลฯ
การยื่นคำร้อง
กรอกคำร้องตามแบบฟอร์มที่กำหนดพร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
- ต้นฉบับภาษาไทย พร้อมสำเนา 1 ชุด
- ต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หากยื่นแทนเจ้าของเอกสารต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ค่าธรรมเนียม
- เอกสารทั่วไป บริการปกติ ฉบับละ 200 บาท (ใช้เวลา 2 วันทำการไม่นับ วันยื่น บริการด่วน ฉบับละ 400 บาท (รอรับได้ภายใน 2 ชั่วโมง)
- เอกสารสัญญาหรือเอกสารทางศาล บริการปกติคิดค่าธรรมเนียม 200 บาทสำหรับเอกสารที่มีจำนวนคำไม่เกิน 100 คำ
หากจำนวนคำเกิน 100 คำ ทุก ๆ 100 คำคิด 200 บาท และเศษของ 100 คำต่อไปคิด 200 บาท หากผู้ร้องประสงค์จะขอรับบริการด่วน ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 1 เท่าของอัตราค่าธรรมเนียมบริการปกติ
โดยเดินทางไปทำได้ที่กรมการกงศุล แจ้งวัฒนะ
หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02-981-7171-9
รายละเอียดเพิ่มเติม :: http://www.mfa.go.th/web/2157
----------------------------------------------------------------------------
|
ถ้าจะแก้ไขข้อมูลส่วนตัวจะแก้ไขได้อย่างไร
1. ไปที่หัวข้อ Member กรอก User Name และ Password ของท่าน
2. รอสักครู่จะขึ้นข้อความยินดีต้อนรับ ให้เลือกไปที่ แก้ไขข้อมูล
3. ท่านสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้ตามต้องการ
|